คำศัพท์ที่ต้องรู้เกี่ยวกับบาคาร่า

สำหรับคำศัพท์เหล่านี้ นอกจากจะเป็นคำเรียกในหมู่ของนักพนันแล้ว ยังเป็นคำที่โต๊ะพนัน คาสิโนออนไลน์ ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคำที่เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ มีดังนี้

Bankker คือ การเรียกฝ่ายเจ้ามือ หรือการวางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ โดยปกติแล้ว เมื่อเดิมพันที่ฝ่ายนี้ อาจจะมีกติกาพิเศษ ของแต่ละโต๊ะ เช่น การหัก 5% เป็นค่าต๋ง ทุกครั้งที่เราชนะจากการเลือกเดิมพันที่ฝ่ายนี้ หรือหากไพ่ ออกมาเป็น 6 หรือ 7 ก็อาจจะมีการจ่ายให้กับผู้เล่นที่อัตรา 1 ต่อ 0.5 เป็นต้น

Player ใช้เรียกฝ่ายผู้เล่น หรือฝ่ายตรงข้ามกับเจ้ามือ ส่วนใหญ่แล้วหากเดิมพันชนะที่ฝ่ายนี้ มักจะไม่มีการหักค่าต๋ง

Bankker Pair คือ การที่ฝั่งเจ้ามือ มีหน้าไพ่ ใบที่ 1 และใบที่ 2 เหมือนกัน ซึ่งมักจะมีการให้ผลตอบแทนจากการทายช่องนี้ที่ 1 ต่อ 11 คือ หากลงเงินเดิมพัน 100 บาท ก็จะได้ผลตอบแทนกลับมา 1100 บาทเป็นต้น

Player Pair คือ เหมือนกับ Bankker Pair แต่เปลี่ยนฝั่ง และให้ผลตอบแทนที่เหมือนกัน

Tie Game คือ แต้มเสมอกันทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งมีอัตราการจ่ายอยู่ที่  1 ต่อ 8

มังกร คำนี้อาจจะไม่มีในแผนผังบนโต๊ะบาคาร่า แต่มีความหมายที่รู้กันดีในหมู่นักพนันว่า หมายถึง การที่แต้มของฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ชนะ ติดต่อกัน ซึ่งหากโต๊ะไหนมีมังกร แล้วเราสามารถที่จะตามมังกรได้ทันก่อนที่เค้าไพ่จะเปลี่ยน ก็จะถือว่าเป็นโอกาสในการสร้างกำไรเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ปิงปอง เป็นคำศัพท์ในหมู่นักพนันเหมือนกัน โดยมักจะใช่เรียกเกมบาคาร่า ที่ผลชนะออกมาสลับกัน ระหว่าง Bankker และ Player


บาคาร่า นับแต้มอย่างไร

เมื่อรู้วิธีการเดิมพัน และคำศัพท์แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า การนับแต้มของบาคาร่า นั้น จะแตกต่างจากไพ่ แบบอื่นๆ อย่างไร ซึ่งเราได้รวบรวมมาแล้ว ดังนี้

แต้ม ได้แก่ ไพ่ 10, J ,K, Q

แต้ม ได้แก่ ไพ่ A

ส่วนแต้มที่เหลือ 2-9 นั้น จะนับตามตัวเลขที่ปรากฏที่หน้าไพ่

สำหรับการจั่ว หรือดึงไพ่ ในเกมบาคาร่านั้น มักจะดึงที่ 2-3 ใบ โดยมีแต้มที่นับรวมกันได้สูงสุด แค่ 9 แต้มเท่านั้น และหากไพ่บวกกันได้เกิน 9 ก็จะนับแต้มที่เลขตัวท้าย เช่น หากบวกกันได้ 12 ก็เท่ากับว่า ฝ่ายนั้น มีแต้มแค่ 2